เขียนใบประเมินอย่างไรให้เงินเดือนขึ้น

ask-for-raise-feature-image

บนโลกเรานี้ ไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาฟรีๆ หรอกค่ะ เราทุกคนต่างหวังได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา นอกจากตำแหน่งหน้าที่การงานที่เราจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้ดีแล้ว ไม่มีใครอยากย่ำอยู่กับที่อย่างแน่นอนค่ะ เงินเดือนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยและเป็นกำลังใจหลักของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ คงไม่มีใครอยากทำงานงกๆ เป็นห้าปี  สิบปี แต่เงินเดือนยังได้เท่าเดิมในขณะที่ค่าครองชีพก็ขึ้นเอาๆ #เก่งขึ้นCB

ดาวโหลดฟรี!! RESUME TEMPLATE

 

แต่จะทำอย่างไรละคะ ที่จะบอกเจ้านายได้ว่า “ฉันสมควรได้รับการขึ้นเงินเดือนแล้วนะ”… มาดูวิธีการที่วันนี้ Sukiez นำมาฝากกันใน “เขียนใบประเมินอย่างไรให้เงินเดือนขึ้น” กันค่ะ

 

รู้ราคาของงานที่ทำอยู่ 

ก็เหมือนกับของในตลาดแหละค่ะ ทุกอย่างมีราคาค่างวดในตัว หน้าที่การงานก็เช่นกันค่ะ ก่อนจะสมัครที่ไหน ตำแหน่งอะไร เราควรจะศึกษาและรู้ฐานเงินเดือนของตำแหน่งนั้นในบริษัทนั้นๆ เสียก่อน หรืออาจจะหาข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่ทำงานอยู่ ณ บริษัทต่างๆ รวมไปถึงการเปรียบเทียบเงินเดือนที่มาจากการหาข้อมูลตามเว็บไซต์ แต่ Sukiez อยากให้ระวังการเปรียบเทียบระหว่างบริษัทนะคะ เพราะแม้ว่าจะเป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่หน้าที่รับผิดชอบของตำแหน่งนั้นในแต่ละบริษัทก็จะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น Sukiez ขอแนะนำว่า ถ้าจะเปรียบเทียบ ขอให้ดูในหน้าที่การรับผิดชอบมากกว่าชื่อตำแหน่งนะคะ

 

หาข้อมูลเกี่ยวกับรายจ่ายของบริษัท 

Sukiez ทราบค่ะว่ามันค่อนข้างที่จะยาก ในการจะตรวจสอบให้รู้ว่า บริษัทที่เราอยู่ มีรายรับ-รายจ่ายอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างที่จะเป็นความลับและความมั่นคงของบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถหาข้อมูลพื้นฐานหรือ ที่สามารถหาได้จาก เว็บไซต์ของบริษัท หรือการเข้าไปถามกับฝ่าย HR (ฝ่ายบุคคล) โดยตรง โดยปกติแล้ว ฝ่าย HR จะเต็มใจให้คำปรึกษาเราเกี่ยวกับขอบเขตของฐานเงินเดือนในตำแหน่งของเรา โดย HR อาจจะเปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายของบริษัท ณ ขณะนั้นเพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจและไตร่ตรองดูว่า ช่วงเวลานั้นเหมาะแก่การคุยเรื่องการปรับเงินเดือนหรือไม่

 

ถามถึงกฎเกณฑ์ของเจ้านาย 

มันเป็นอะไรที่มีประโยชน์มากที่จะเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ของเจ้านายสำหรับการเลื่อนขั้นของเรา ก่อนที่เราจะเรียกร้องขอเงินที่เพิ่มขึ้น ถามหัวหน้าของเราถึงเกณฑ์หรือนโยบาย ณ เวลานั้นว่าช่วงนั้น มีนโยบายตรวจสอบผลงานหรือการพิจารณาขึ้นเงินเดือนหรือไม่ หากเจ้านายของเราบอกว่า นางไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้ในช่วงนี้ คำถามของคุณอาจจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการคุยกันในเรื่องนี้ก็เป็นได้

 

อย่ารอให้ถึงช่วงเวลาการตรวจสอบผลงาน 

ถึงแม้ว่าช่วงเวลาการประเมินผลงานจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการคุยเรื่องขอเพิ่มเงินเดือน แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป  ในหลายๆ บริษัท การตัดสินใจพิจารณาเงินเดือนก็อาจจะถูกนำมาพูดคุยกับพนักงานก่อนเกิดการประเมินขึ้น ดังนั้น ควรจะมีความจำนงของคุณวางอยู่บนโต๊ะก่อนถึงช่วงเวลาประเมินจริง เช่น หากองค์กรของคุณ จะมีการประเมินช่วง มกราคม คุณควรจะยื่นความจำนงขอพิจารณาขึ้นเงินเดือนตอนเดือน พฤศจิกายน

 

เลือกเวลาอย่างชาญฉลาด 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการยืนขอพิจารณาขึ้นเงินเดือนคือช่วงมีโปรเจคใหญ่, แก้ปัญหาใหญ่, ได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ๆ หรือพึ่งทำผลงานที่โดดเด่นจนน่าสังเกต แต่หากช่วงนั้นคุณยังไม่มีอะไรโดดเด่นหรือประสบปัญหาในหน้าที่ที่รับผิดชอบ ให้พับเรื่องนี้เก็บไว้ก่อนเลย การสังเกตจากหัวหน้าก็เช่นกัน ถ้าช่วงนั้นหัวหน้าของคุณถูก CEO เรียกพบ หรือบริษัทมีนโยบายเลิกจ้างขึ้นมา ก็คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมกับการเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนแน่นอนค่ะ

 

จดจ้องที่งานขาย ไม่ใช่การขอ 

คุณจะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนจากผลประโยชน์ที่คุณนำมาให้บริษัท ไม่ว่าจะเป็นความสามารถที่โดดเด่น, ทัศนคติ หรือทั้งคู่ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วคุณอาจจะมีสมาชิกในครอบครัวถึงห้าคนที่ต้องดูแล หรือมีหนี้สินท่วมหัว มันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องว่าคุณจะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนนะคะ ดังนั้น อย่าพยายามขอเพราะต้องการ ขายคุณภาพของตัวคุณเองให้เจ้านายคุณเห็นว่าคุณสมควรจะได้รับมัน

 

พิจารณาว่าจะมีวิธีไหนที่ใช้ได้กับคนแบบเจ้านายเรา

หากคุณฉลาดพอที่จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน คุณก็คงจะฉลาดพอที่จะคิดได้ว่า จะใช้วิธีไหนที่ดีที่สุดคุยกับเจ้านายคุณ การเข้าหาผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่าย หาจังหวะดีๆ เรียนรู้จากการสังเกตนะคะ

 

เชื่อมั่นในคุณค่าความสามารถของคุณ 

ลองนึกภาพพนักงานขายรถ ที่พยายามจะขายรถให้คุณด้วยคำพูดที่ว่า “ผมไม่ทราบว่าคุณชอบยานพาหนะยี่ห้อนี้ไหม แต่มันดีมากๆ เลยนะครับ ดังนั้น ผมคิดว่าคุณควรที่จะลองซื้อมันไปใช้ดูสักคันนะครับ” แบบนี้มันพอที่จะโน้มน้าวให้คุณซื้อรถคันนั้นไหมคะ? แน่นอนว่าไม่ คุณน่าจะซื้อกับคนที่พูดว่า “รถคนนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เชื่อถือได้ มันน่าสนุกนะครับที่จะลองซื้อมันไปขับขี่ดู ความจริงแล้ว ผมก็ใช้อยู่นะครับ” ที่ยกตัวอย่างกรณีนี้มาคือ กรณีของความมั่นใจในการขาย ถ้าตัวคุณเองยังไม่มีความมั่นใจว่าคุณสมควรได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรคะว่าเจ้านายของคุณจะมีความมั่นใจในตัวคุณ

 

อยู่กับความเป็นจริง 

คงไม่มีใครยอมจ่ายฮอนด้าในราคารถเบ็นซ์หรอกค่ะ บริษัทก็เช่นกัน คงไม่ยอมจ่ายเงินเดือนพนักงานต้อนรับในราคาของผู้จัดการแน่นอน ทุกงานมีขีดจำกัดของมันค่ะ อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรที่เกินตัว เพราะมันอาจจะทำให้คุณหมดกำลังใจก็เป็นได้

 

ลงมือทำมันซะ 

หลายคนคงมีความกังวลมากกับการเอ่ยปากขอเงิน หากคุณไม่ใช่คนกลุ่มนี้ ก็ลุยเลยค่ะ ซักซ้อมการเข้าไปพบเจ้านาย ทำใจให้สบาย คิดเสมอว่าคือคุณค่าที่คู่ควร แล้วก็พุ่งตรงเข้าไปเลยค่ะ สิ่งที่แย่ที่สุดคือ การที่เจ้านายตอบมาว่า ไม่ แต่เจ้านายส่วนใหญ่จะไม่โกรธหรือรู้สึกตกใจกับการเข้าไปคุยของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

 

ในกรณีที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง 

ถ้าคำตอบคือ “ไม่” อย่าหลบหน้าเพราะความอายนะคะ ในทางกลับกัน ต้องยิ้มค่ะ บอกไปว่า เราเข้าใจถึงความเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ แต่คุณต้องการจะทราบว่า เรื่องนี้จะได้รับการพิจารณาอีกทีเมื่อไหร่ หรือคุณควรต้องทำอย่างไรให้เรื่องนี้ถูกพิจารณาขึ้นมา

 

สร้างความหวัง,, โบนัสได้ไหมจ๊ะ 

ในบางบริษัทค่ะ หากการพิจารณาการขึ้นเงินเดือนของคุณไม่เป็นผล เจ้านายอาจจะใจดี ตอบแทนคุณเป็นเงินโบนัส เนื่องจากเงินโบนัสไม่ใช่เงินที่บริษัทจะจ่ายให้คุณทุกเดือน มันเลยดูง่ายที่จะได้รับมากกว่าการขึ้นเงินเดือน

 

การอาสารับผิดชอบในหน้าที่ที่ไม่ได้รับผลตอบแทน 

บางครั้ง ทำดีไม่หวังผล (ทันที) ก็เป็นอะไรที่ดีนะคะ คนโง่บางคนปฏิเสธที่จะรับหน้าที่เพิ่มเพียงเพราะมันทำแล้วไม่ได้เงิน อีกทางที่ดีในการที่จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนคือการแสดงออกว่าคุณได้ลงมือทำงานแล้ว แต่หากคุณเสนอตัวรับผิดชอบในหน้าที่นั้นๆ ครั้งหนึ่งแล้ว ก็อย่าลืมติดตามผลงานด้วยนะคะว่า ความดีความชอบของคุณได้รับผลตอบแทนในเวลาที่สมควรหรือยัง

 

หาตำแหน่งใหม่ 

หากเจ้านายบอกว่า ไม่สามารถเพิ่มเงินเดือนให้คุณในตำแหน่งปัจจุบันที่คุณทำอยู่อีกต่อไปแล้ว และลองหาตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกับจำนวนเงินที่ต้องการดู หากคุณได้รับการเสนอในตำแหน่งที่ดี ก็อย่ารีรอเลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้เงินเพิ่มตามที่หวัง เราเองก็จะได้พัฒนาความสามารถและความมั่นคงในหน้าที่การงานไปอีกด้วย

 

ทางสุดท้าย… 

หากองค์กรที่คุณอยู่ ทำให้คุณรู้สึกว่า หมดแล้วซึ่งหนทาง… หาที่ใหม่ในตำแหน่งที่โตและเหมาะสมกว่าดีกว่านะคะ การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ยากเสมอค่ะ แต่เพื่อตัวเรา ไม่ลองก็ไม่รู้นะคะ

 

 

The following two tabs change content below.

Sukiez

Education Blogger & Translator at CrossboXs.com Team
สวยใสแบบไม่ไร้สมอง .. กล่อง Smart box จะเป็นเพื่อนที่ให้ความรู้แก่ผู้หญิง จะนำไปใช้ในการทำงาน หรือเพื่อใช้หาเพื่อนต่างชาติใหม่ๆ ได้หมด นอกจากนั้นยังมี ข่าว สาระความรู้ หรือ Tips ทั่วไปที่ควรรู้ นอกจากจะได้ความบันเทิงเพลิดเพลินแล้ว ทุกคนจะได้รับความรู้จากกล่องใบนี้อย่างแน่นอนค่ะ