5 สมบัติในตำนานที่ยังคงสาบสูญจนกระทั่งปัจจุบัน

Pageview 539 / Facebook Share 0

Jan 10, 2018 by A.J.style

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นสมบัติลับแน่นอนครับว่าหลายๆ คนย่อมต้องพยายามที่จะค้นหาถึงความเป็นไปได้ที่ว่าแท้จริงแล้วนั้นมันมีอยู่หรือไม่ (และถ้าหากมีมันอยู่ที่ไหนกันแน่) เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนั้นมันยังคงมีสมบัติลับอีกมากมายเลยละครับที่ยังคงสาบสูญและไม่มีผู้ทราบถึงตำแหน่งที่แท้จริงของมันส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันดีกว่า

 

แผนที่ระเบิดปรมาณู

 

 

แผนที่ระเบิดปรมาณูถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสมบัติระดับโลกเลยละครับที่ไม่สมควรถูกลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์เพราะนอกจากที่มันจะสร้างความปลื้มปิติให้กับผู้คนทั่วโลกในฐานะของอาวุธที่ใช้ในการหยุดสงครามแล้ว มันยังเป็นสิ่งย้ำเตือนถึงการกระทำอันแสนจะโหดร้ายที่เพื่อนมนุษย์ปฏิบัติต่อกันในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องน่าเศร้าครับที่มันได้หายสาบสูญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่สำคัญที่สุดก็คือในปัจจุบันนี้ทางการก็ยังไม่ทราบว่ามันหายไปได้อย่างไรและใครที่เป็นผู้ลักลอบขโมยเจ้าสมบัติชิ้นนี้ไปจนทำให้มันกลายเป็นตำนานมาจนกระทั่งทุกวันนี้

 

The Lost Dutchman

 

 

หนึ่งในตำนานเหมืองทองที่ว่ากันว่าค่อนข้างจะเป็นที่เลื่องลือไม่ใช่น้อยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมันถูกค้นพบในช่วงปี 1840 โดยครอบครัวชาวเม็กซิกันครอบครัวหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะเริ่มต้นทำธุรกิจการขุดเหมืองอย่างจริงจังและมักจะขนทองขึ้นเรือกลับไปยังเม็กซิโกอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเดินมาถึงทางตันเมื่ออยู่ดีๆ พวกชาวอินเดียแดงก็บุกเข้าโจมตีและสังหารคนงานเหมืองไปเป็นจำนวนมาก แน่นอนครับว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวมันส่งผลให้เหมืองทองต่องปิดตัวไปในทันที กาลเวลาผ่านไปนานหลายสิบปีตำนานเหมืองทองดังกล่าวก็กลับมาโด่งดังอีกครั้งหลังจากมีผู้ที่ค้นพบแผนที่ไปสู่ตัวเหมือง ซึ่งนั่นก็คือ เคอบ The Dutchman นั้นเอง เขาพยายามจะส่งต่อแผนที่ไปให้กับลูกหลานแต่ทว่าเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นเมื่อเขาถูกสังหารโดยหุ้นส่วนอย่างโหดเหี้ยม อย่างไรก็ตามมีผู้ที่พยายามจะแกะรอยขุมทรัพย์ดังกล่าวแต่ทุกอย่างก็ไม่ง่ายดังที้หลายๆ คนคิดจนทำให้มันเป็นตำนานไปในที่สุด

 

มงกุฎเพชรของกษัตริย์จอห์น

 

 

ถ้าหากกล่าวถึงหนึ่งในสิ่งของที่ทรงคุณค่ามากที่สุดในประเทศอังกฤษแล้วละก็ชื่อ “มงกุฏเพชรของกษัตริย์จอห์น” จะต้องได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างแน่นอนเพราะมันเป็นวัตถุที่ผ่านการประกอบพิธีบรมราชาภิเษกมาอย่างโชกโชน แต่ทว่าเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นเมื่อตัวกษัตริย์จอห์นได้นำเอามงกุฏดังกล่าวบรรจุลงเรือและออกเดินทางข้ามอ่าวในลินคอร์นเชียร์ แต่เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเรือดังกล่าวกับจมลงไปในน้ำและส่งผลให้วัตถุชิ้นดังกล่าวสาบสูญไปตลอดกาล

สร้อยพาเทียลา 

 

 

หนึ่งในเครื่องประดับที่ว่ากันว่ามันงดงามมากที่สุดและเป็นสมบัติที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบ โดยมันถูกออกแบบขึ้นโดยบริษัท Cartier เมื่อปี 1928 ก่อนที่มันจะถูกส่งมอบให้กับมหาราชา เซอร์ บูพินเตอร์ ซิงห์แห่งประเทศอินเดีย ตามตำนานนั้นว่าเอาไว้ว่าเจ้าสร้อยพาเทียลานั้นสร้างขึ้นมาโดยมีลักษณะเป็นสร้อยคอทองคำ 5 แถวประดับไปด้วยเพชร 2,930 เม็ด ล้อมรอบไปด้วยทับทิมพม่าและอัญมณีอื่นๆ โดยมีจุดศูนย์กลางเป็นเพชรเดอเบียร์ส หนัก 234.6 กะรัต (และโด่งดังเป็นอันดับ 7 ของโลก) อย่างไรก็ตามว่ากันว่าบุคคลสุดท้ายที่ได้สวมสร้อยเส้นนี้ก็คือมหาราชา ยาดาวินตรา ซิงค์ ราชโอรสของกษัตริย์ บูพินเตอร์ แต่ทว่ามันกลับเป็นเรื่องน่าเศร้าเพาะเจ้าสร้อยตัวนี้ดันถูกโจรขโมยไปและายสาบสูญไปนานถึง 50 ปี ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามตามสืบดูว่ามันหายไปไหนแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดค้นพบความจริงดังกล่าว (ผู้คนเชื่อกันว่ามันถูกขโมยโดนหนึ่งในบรรดาสมาชิกของราชวงศ์เพื่อนำไปขายนั่นเอง)

 

เมืองไพตีติ

 

 

นครไพตีติหนึ่งในเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา โดยมีตำนานเล่าลือกันว่ามันเป็นสถานที่เก็บซ่อนทรัพย์สมบัติและทองคำทั้งหมดให้รอดพ้นจากการถูกโจมตีในช่วงที่ชาวยุโรปเข้ามารุกรานอาณาจักรดังกล่าว อย่างไรก็ตามเนื่องจากความสับสนในสถานที่ตั้งของเมืองดังกล่าวมันเลยส่งผลให้นครไพตีติกลายเป็นตำนานที่ยังไม่มีผู้ค้นพบจนกระทั่งปัจุบัน

A.J.style

นักเขียนอารมณ์ดีผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์และเรื่องแปลกๆ ที่จะตามหาเรื่องพีคๆ มาให้คุณอ่านอย่างจุใจจนลืมไม่ลง