Windows Loader Download
เจ้าสาวสติแตก โวยแขกไม่ยอมช่วยจ่ายเงิน

  Aug 29, 2018   eyeicon  950 view   Moodymuay

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีชื่อว่า "Last of a dying brand" ได้แชร์ภาพข้อความสุดดราม่า ที่มาจากการที่เธอเข้าร่วมกลุ่มงานแต่งงานงานหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาสุดดุเดือดดังนี้ (อ่านเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะยาว แต่ขอบอกเลยว่ามันส์มาก)

 

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ถึงเพื่อนๆทุกคน,  

ชั้นเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะต้องประกาศยกเลิกงานแต่งงานของชั้น ต้องขอโทษที่ยกเลิกก่อนถึงวันงานแค่ 4 วัน โชคร้ายที่ฉันและคู่หมั้นได้เลิกรากัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้และไม่สามารถแก้ไขได้ เราตัดสินใจที่จะ จบความสัมพันธ์และไม่มีอนาคตร่วมกันอีกต่อไป อย่างไรก็ตามเราจะยังคงเป็นทีมเดียวกันเพื่อลูกชายของเรา หลังจากหลายชั่วโมงแห่งการร่ำไห้ ความเหนื่อยล้าของจิตใจ และการแยกจากกัน ชั้นได้ตัดสินใจว่า 1 ชั่วโมง หลังจากโพสต์นี้ ชั้นจะลบ Facebook ของชั้น เพราะโซเชียลมีเดียนั้นทำให้ชั้นหวาดระแวงและเป็นพิษต่อชั้น ชั้นจะใช้เวลา2 เดือนหลังจากนี้เพื่อไปท่องเที่ยวในแอฟริกาใต้ 

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

เพื่อค้นหาจิตวิญญาณของชั้นและกำจัดพลังงานในด้านลบที่เพื่อนและครอบครัวมอบให้กับชั้น คนที่ชั้น คิดว่าควรไว้ใจได้ที่สุด เพราะฉะนั้นชั้นจะออกนอกประเทศตลอดเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน กรุณาอย่า ติดต่อชั้น เมื่อชั้นพร้อม ชั้นอาจจะทำ Facebook ใหม่และเพิ่มเพื่อน/ครอบครัว ที่ไม่ได้แทงชั้นข้างหลัง  ทั้งหมดนี้พังทลายลงได้ยังไงน่ะหรอ? ก็นะ ชั้นขอเชิญพวกคุณทุกคนใน Facebook ที่เป็นทั้งผู้เล่น ผู้ชม กองเชียร์ข้างสนามในชีวิตของชั้น ให้นั่งลงและรับฟัง เพราะพวกคุณทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง ในทางใดทางหนึ่ง บางทีทุกคนควรมีส่วนร่วมในเรื่องเลอะเทอะนี้ แม้คุณจะไม่ได้รับเชิญมางานแต่งงานของชั้น ชั้นก็ไม่แคร์ คุณอาจจะได้ยินเรื่องดราม่ามาแล้ว และชั้นก็อยากให้พวกคุณได้ยินจากปากชั้น ชั้นไม่ได้ เรียกร้องความเห็นใจ ชั้นแค่อยากเล่าเรื่องเท่านั้น

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ก่อนชั้นจะเริ่มเขียนนิยายฉบับสั้นนี้ ชั้นขอชวนพวกคุณทุกคน (รวมทั้งพวกสารเลวทั้งหลายที่ทำลาย การแต่งงานและชีวิตของชั้น) ให้ลองคิดว่าตัวเองคือชั้น อย่างน้อยซักครั้งที่ปล่อยให้ชั้นได้ครองพื้นที่ และพูดถึงช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของชั้น  

ตอนเริ่มแรกทุกอย่างก็ดูเหมือนเทพนิยาย ชั้นได้พบรักแท้ของชั้นในวัย 14 ปี เราทั้งคู่ยังเด็กแต่อย่างไรก็ตาม เรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่อคู่กัน เราทำงานในฟาร์มของครอบครัวชั้นด้วยกัน และในทุกๆฤดูร้อนอันอบอุ่นที่เรา ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในท้องทุ่ง ความรักของเราก็เติบโตอย่างลึกซึ้งมากขึ้นๆ และเมื่อถึงมัธยมปลาย เมื่อความรักของเราแข็งแรงมาตลอด 4 ปี เขาก็สวมแหวนให้ชั้นตอนชั้นอายุ 18 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5,000$ เราพยายามปรับชีวิตเพื่อกันและกัน ในทุกๆสิ่ง เราเลือกที่จะเข้ากลุ่มมหาวิทยาลัยเดียวกันและทำงานเต็มวัน เพื่อสร้างฝันของเรา  

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

เราใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่เคียงข้างกัน ชั้นจะยังคงขอบคุณสำหรับเรื่องนั้นเสมอ 2 ปีผ่านไป ตอนชั้นอายุ 20 ชั้นรู้ว่าชั้นท้องลูกคนแรก เราทั้งคู่ต่างดีใจ,น้ำตาใจ และขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญชิ้นนี้ หลังจากให้กำเนิดลูกชาย ชั้นก็รู้ว่าชั้นต้องโฟกัสไปยังอาชีพของชั้นและสร้างความมั่นคงทางการเงิน อดีตคู่หมั้นของชั้นก็ทำเช่นกัน เราเก็บเงิน และเก็บเงิน ชั้นเคยมีความรัก ชั้นเคยมีความสุข และชั้นเคย มองไปยังชีวิตข้างหน้า เรายังคงทำงานต่อไปและได้รับปริญญาใบแรก แม้มันจะยาก แต่มันก็คุ้มค่า

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

เราเก็บเงินแต่งงานได้เกือบถึง 15,000$ และเมื่อชีวิตรักของเราเหมือนเทพนิยาย เราก็อยากได้ งานแต่งงานที่อลังการสุดๆ ซึ่งเป็นงานที่ลูกชายของเรามีส่วนร่วมได้ เราไปดูสถานที่และลังเลใจอยู่ 2 ที่ แต่หมอดูบอกให้เราเลือกที่ที่แพงกว่า เราก็เลยคิดว่าทำไมจะไม่ล่ะ? งานแต่งงานในฝันของเราก็เลย มีมูลค่า 60,000$  ซึ่งรวมทั้งเที่ยวบินไปเกาะอารูบา สิ่งที่เราขอก็แค่ความช่วยเหลือเล็กน้อยจากเพื่อนๆ และครอบครัวของเรา เพื่อทำให้มันเกิดขึ้น

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ชั้นเจาะจงขอของขวัญเงินสดจากพวกเขา เราจะมีงานแต่งงานในฝันได้ยังไงถ้าไม่มีเงินทุนที่เหมาะสม เราเสียสละมามากมายและขอให้แขกแต่ละคนช่วยคนละประมาณ 1,500$ เท่านั้น เราคุยกับคนไม่กี่คน ที่สัญญาว่าจะช่วยให้ฝันของเราเป็นจริง เพื่อนเจ้าสาวของชั้น(คนที่ไม่ควรเอ่ยนาม) ให้เงินล่วงหน้ากับเรา 5,000$ พร้อมกับบริการวางแผน เรารับมันไว้และขอบคุณด้วยน้ำตา ครอบครัวอดีตคู่หมั้นของชั้นเสนอ เงินสนับสนุน 3,000$ ให้กับเรา เพราะฉะนั้นเงิน 1,500$ ที่เราขอจากแขกร่วมงานก็ไม่ได้เกินเรื่องไปเลย แล้วเราก็พูดชัดๆเลยว่า ถ้าไม่สามารถช่วยจ่ายได้ คุณก็ไม่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานแต่งงานสุดพิเศษนี้ มันจะเป็นปาร์ตี้ครั้งเดียวในชีวิต

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ดังนั้นเราก็เลยส่งใบตอบรับไป และมีคนแค่ 8 คนเท่านั้นที่ส่งกลับมาพร้อมกับเช็ค เราหน้าซีดไปหมด งานแต่งงานจะเกิดขึ้นได้ยังไงถ้าไม่มีความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนเรา แล้วเรื่องก็แย่ไปกว่าเดิม เพราะครอบครัวอดีตคู่หมั้นของชั้นเอาข้อเสนอของพวกเค้าคืน แล้วทันใดนั้นทุกๆคนก็เปลี่ยนใจรวมทั้ง นังเพื่อนเจ้าสาวสารเลว เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของชั้น ครอบครัวที่ 2 ของชั้น ชั้นช็อคแล้วก็เสียใจมาก ที่แย่ไปกว่านั้นคืออีก 1 เดือนจะถึงงานแต่งงานแล้ว การยกเลิกทุกอย่างจะต้องเสียเงินมากว่า 5,000$ 

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ด้วยความสิ้นหวัง เราเลยส่งคำเชิญไปอีกครั้งและขอร้องให้พวกเขาบริจาคเท่าที่จะทำได้ ชั้นหมายถึง เอาจริงดิ 1,000$ หรือ 1,500$ มันไม่ได้เยอะเลยนะ  ชั้นว่ามันเป็นเงินที่พวกคุณพอจะหาได้ ชั้นเคยได้ยินคนขอแย่กว่านี้อีก นอกจากนี้ชั้นยังสร้างแคมเปญใน Go fund me ซึ่งก็ได้มาแค่ 250$ ณ จุดนั้นเราก็เริ่มเหนื่อยล้า ชั้นตะโกนใส่อดีตคู่หมั้น แล้วชั้นก็เริ่มรู้แล้วว่า งานแต่งงานในฝันของชั้น กลายเป็นฝันร้าย แล้วเหตุการณ์ก็แย่ลงไปอีก   

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

อดีตคู่หมั้นของชั้นเข้ามาที่ห้องแล้วเสนอให้เราไปแต่งงานที่เวกัส ชั้นเลยหัวเราะใส่หน้าเค้า แต่เค้าจริงจังมาก  เค้าอยากได้งานแต่งงานราคาถูก สกปรก โสโครก ที่เวกัส เหมือนที่พวกโสเภณีเค้าทำกันเนี่ยนะ ชั้นหมายถึง อะไรวะเนี่ย? เค้าเสียสติไปแล้วหรอ? ชั้นเหมือนขยะ เหมือนโสเภณีงั้นหรอ? ชั้นควรจะชอบไอเดียที่จะไป แต่งงานท่ามกลางพวกนักพนัน พวกขี้เมา พวกเศรษฐีจอมปลอมงั้นหรอ?  ทันใดนั้นตัวชั้นก็เริ่มสั่นเพราะชั้น เริ่มจะถูกความตื่นตระหนกจู่โจม

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

อดีตคู่หมั้นของชั้นออกจากห้องไปและไม่ขอโทษสำหรับคำแนะนำอันแสนเลวร้ายของเค้าซักคำ ชั้นโทรหาเพื่อนเจ้าสาวและร้องไห้แทบตาย แทนที่จะเห็นใจกัน ชั้นกลับถูกบอกว่าชั้นขอมากเกินไป และชั้นควรจะยึดกับงบที่มี ชั้นหมายถึงไม่มีคำไหนที่จะอธิบายได้ว่า คนที่เสนอจะให้เงินชั้นแล้วผิดสัญญา มีหน้ามาบอกให้ชั้นลดงบประมาณลงได้ยังไง??? เธอรู้ว่าความฝันของชั้นคืองานแต่งงานสุดอลังการ ชั้นอยากเป็นพวกคาร์เดเชียนซักวัน ก่อนกลับไปใช้ชีวิตปกติ ชั้นบอกเธอว่าในฐานะเพื่อนมันเป็นคำแก้ตัว ที่สกปรกมาก แล้วชั้นก็วางสาย   

 

 เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

เธอบล็อคชั้นจากโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง แล้วข่าวลือก็กระจายออกไป ชั้นได้รับการคุกคาม อดีตคู่หมั้นของชั้นก็ถอยห่างออกไปเรื่อยๆ และชั้นก็รู้สึกว่าเค้ากำลังนอกใจชั้น เพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ ก็ร่วมวงไปด้วยแล้วก็ว่าชั้น พวกเธอบอกชั้นว่าชั้นเป็นบ้า แล้วก็ขอเงินคืน ชั้นเลยบอกว่าไปตายซะ แล้วชั้นก็ปฏิเสธที่จะคืนเงิน จนกว่าพวกมันจะจ่ายค่าความทุกข์ทางอารมณ์ให้ชั้น อดีตคู่หมั้นของชั้น เริ่มที่จะพูดกับเพื่อนเจ้าสาวและนินทาชั้นลับหลัง ชั้นได้ยินเค้าคุยโทรศัพท์ที่ห้องใต้ดินและเรียกชั้นว่า นังคนอวดดี 

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

อย่างไรก็ตาม ชั้นเริ่มที่จะเหนื่อยล้า เหนื่อยไปถึงกระดูก หัวใจชั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันแข็งเป็นก้อนหิน และแตกสลาย ว่างเปล่า ชั้นต้องหนีไปจากสังคมอันเลวร้ายนี้ การบริจาคเงินให้เพื่อนมันยากตรงไหน ชั้นสำคัญกับพวกเธอมั๊ย? แค่เอาเงินของพวกแกมาให้ชั้นแต่งงานซะ ชั้นไม่ได้เสเสร้งด้วยซ้ำ ชั้นไม่เสเสร้ง ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชั้นต้องการ ชั้นขอมันเพื่อความฝัน ชั้นถูกแทงข้างหลัง ถูกนอกใจ และพังพินาศ

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

ลาก่อน แล้วเจอกันในอีก 2 เดือน

เตือนแบบหวังดีนะนังพวกสารเลวทั้งหลาย อย่าคิดว่าพวกแกเป็นเจ้าของฉัน ชั้นตัดพวกแกออกจากชีวิต แล้วชั้นก็จะใช้ชีวิตลำพังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ชั้นจะให้คนที่หวังดีเข้ามาในชีวิตเท่านั้น จุ๊บจุ๊บ

 

 

เจ้าสาวสติแตก-โวยแขกไม่ยอม-ช่วยจ่ายเงิน

 

เหล่าอดีตเพื่อนของเธอก็ร่วมแสดงความเห็นก่อนที่เธอจะลบโพสต์ไป 

- ชั้นพูดไม่ออกเลย เธอเสียสติไปแล้ว

- เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ? ใครจะคาดหวังเงินเยอะขนาดนั้นได้วะ?

งานนี้ชาวโซเชียลต่างก็รุ่มถล่มกันยับ ทั้งการขอเงินแบบหน้าไม่อาย รวมทั้งการทิ้งลูกไปเที่ยว หลายคนขอให้เธอเสียสิทธิ์เลี้ยงดูลูกไปเลย แต่สำหรับเพื่อนเจ้าสาวทั้งหลายคงจะโล่งออกที่ เสียเพื่อนแบบนี้ไปซะได้

 

 

Cr. Boredpanda

 

 

Moodymuay

Moodymuay


Moodymuay

Moodymuay

A STORYTELLER AND CONTENT EXPLORER